สมการ 

                                     สมการ หมายถึง ประโยคสัญลักษณ์เชื่อมด้วย เครื่องหมาย “=” แบ่งเป็น 3 ชนิด
1.สมการที่เสมการ หมายถึง ประโยคสัญลักษณ์เชื่อมด้วย เครื่องหมาย “=” แบ่งเป็น 3 ชนิด
1.สมการที่เป็นจริง หมายถึง สมการที่มีจำนวนซึ่งอยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย “=” เท่ากับจำนวนที่อยู่ทางขวา
2.สมการที่ไม่เป็นจริง หมายถึง สมการที่มีจำนวนซึ่งอยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย “=” ไม่เท่ากับจำนวนที่อยู่ทางขวา
3.สมการที่มีตัวไม่ทราบค่า หรือ ตัวแปร ซึ่งตัวแปรในสมการใช้สัญลักษณ์ใดก็ได้ เช่น x ,y
   คำตอบของสมการ คือ จำนวนที่แทนตัวแปรในสมการแล้วทำให้สมการนั้นเป็นจริง

                                                                                                     



          การแก้สมการ คือ การหาคำตอบของสมการซึ่งจะทำให้สมการนั้นเป็นจริง
หลักการแก้สมการเมื่อโจทย์กำหนดตัวไม่ทราบค่า
1) ถ้าสมการมีตัวแปรบวกกับจำนวนใด ให้นำจำนวนที่เท่ากับจำนวนที่บวกอยู่ไปลบทั้งสองข้างของสมการ
2) ถ้าสมการมีตัวแปรลบกับจำนวนใด ให้นำจำนวนที่เท่ากับจำนวนที่ลบอยู่ไปบวกทั้งสองข้างของสมการ
3) ถ้าสมการมีตัวแปรคูณกับจำนวนใด ให้นำจำนวนที่เท่ากับจำนวนที่คูณอยู่ไปหารทั้งสองข้างของสมการ
4) ถ้าสมการมีตัวแปรหารกับจำนวนใดที่ไม่ใช่ 0 ให้นำจำนวนที่เท่ากับจำนวนที่บวกอยู่ไปคูณทั้งสองข้างของสมการ

                                                                                                                      


           1. สมการ (Equation)
สมการ (Equation) หมายถึง การเท่ากัน เสมอกัน สมการในวิชาคณิตศาสตร์ หมายถึง ประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย (=) แสดงการเท่ากันของทั้งสองข้าง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
     1.) สมการที่เป็นจริง เช่น 3 - 1 = 2
     2.) สมการที่ไม่เป็นจริง เช่น 18 / 10 = 2
ประโยคสัญลักษณ์ที่ไม่ใช่เครื่องหมาย (=) ถือว่าไม่เป็นสมการ
ถ้าในสมการมีตัวไม่ทราบค่ารวมอยู่ด้วย เราเรียกตัวไม่ทราบค่านั้นว่า
"ตัวแปร" เช่น 5x = 15 เราเรียก x ว่าเป็นตัวแปร
        2. ความเป็นจริงเกี่ยวกับสมการ
     1.) นำจำนวนที่เท่ากันบวกเข้ากับสมการทั้งสองข้างจะให้ผลเท่าเดิม เช่น
10 /2 = 5
(10/2) + 3 = 5 + 3
8 = 8
     2.) นำจำนวนที่เท่ากันลบออกจากสมการทั้งสองข้างจะให้ผลเท่าเดิม เช่น
10/2 = 5
(10/2) - 3 = 5 - 3
2 = 2
     3.) นำจำนวนที่เท่ากันคูณสมการทั้งสองข้างจะให้ผลเท่าเดิม เช่น
10 /2 = 5
(10/2) x 3 = 5 x 3
15 = 15
     4.) นำจำนวนที่เท่ากันหารสมการทั้งสองข้างจะให้ผลเท่าเดิม เช่น
10 /2 = 5
(10/2) / 3 = 5 / 3
5/3 = 5/3
    5.) เครื่องหมาย + กับ - มีความสัมพันธ์กัน ถ้าอยู่ข้างหนึ่งของสมการเป็น + เมื่อย้ายไปอีกข้างหนึ่งของสมการต้องเปลี่ยนเครื่องหมายเป็น - หรือ ถ้าอยู่ข้างหนึ่งของสมการเป็น - เมื่อย้ายไปอีกข้างหนึ่งของสม การต้องเปลี่ยนเครื่องหมายเป็น + เช่น 5 - 4 = 9
5 = 9 - 4
     6.) เครื่องหมาย x กับ / มีความสัมพันธ์กัน ถ้าอยู่ข้างหนึ่งของสมการเป็น x เมื่อย้ายไปอีกข้างหนึ่งของสมการต้องเปลี่ยนเครื่องหมายเป็น / หรือ ถ้าอยู่ข้างหนึ่งของสมการเป็น / เมื่อย้ายไปอีกข้างหนึ่งของสม การต้องเปลี่ยนเครื่องหมายเป็น x เช่น 5 x 9 = 45
5 = 45 / 9
           3. วิธีการแก้สมการในการแก้โจทย์ปัญหา
วิธีการแก้สมการในการแก้โจทย์ปัญหา เมื่อพบโจทย์ปัญหา บวก ลบ คูณ หาร อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าต้องการแก้ปัญหาโดยวิธีแก้สมการ ก็จะทำได้โดย สมมุติตัวที่ไม่ทราบค่าเป็นตัวแปร แล้วผูกประโยคสัญลักษณ์เป็นสมการตามโจทย์ แล้วแก้สมการจนได้ค่าตัวแปรนั้น
         ทดสอบความเข้าใจ
ข้อ 1. มีแก้วน้ำอยู่จำนวนหนึ่ง ขายไปใบละ 7 บาท ได้เงินมา 280 บาท แสดง ว่า มีแก้วน้ำอยู่กี่ใบ
ข้อ 2. จงแก้สมการ 2X
เฉลย ข้อ 1. ตอบ 40 ใบ ข้อ 2. ตอบ X = 1 + 3 = 5