ท่ากรรเชียง


     ในท่านี้ ผู้ว่ายน้ำ ต้องนอนหงาย ตลอดการแข่งขัน มียกเว้น ในช่วงที่ต้องกลับตัวเท่านั้น ในท่ากรรเชียงนั้น การเคลื่อนไหวของมือ จะเป็นไปในอีกรูปแบบหนึ่ง คล้ายๆการว่าย แบบคืบคลาน ไปเรื่อยๆ และก็ต้องเตะขา ไปพร้อมๆกันด้วย นับตั้งแต่ เดือนเมษายน ปี 1991 นั้น การแข่งขัน ว่ายแบบกรรเชียง อนุญาตให้ นักว่ายน้ำ ไม่จำเป็นต้องแตะขอบสระ ระหว่างการกลับตัว จนกว่าจะถึงเส้นชัย กุญแจ สู่การว่ายกรรเชียง อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ก็คือ "การหมุนแขน อยู่ตลอดเวลา" ซึ่งในทางเทคนิคนั้น หมายความว่า หลังจากที่หัวไหล่เคลื่อนไหว มาอยู่ในระดับเดียวกับหน้าอก แขนอีกข้าง ต้องเคลื่อนไหวโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ การวางตำแหน่งของศรีษะจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ในการแข่งขันรายการฟีน่า นักว่ายน้ำแต่ละคนต้องโผล่ศรีษะ ขึ้นจากน้ำ ภายในระยะ 15 เมตร นับจากที่เริ่มออกสตาร์ท กฎข้อนี้ ได้รับการเปลี่ยนแปลงจาก กฎของฟีน่า เมื่อปี 1988 ที่กำหนดให้นักกีฬา ต้องโผล่ศรีษะ ภายในระยะทาง 10 เมตร จากเส้นสตาร์ท สาเหตุที่มีการเปลี่ยนระยะทาง ให้ยาวขึ้น ก็เพราะว่า นักว่ายน้ำอเมริกัน เดวิท เบอร์คอฟฟ์ ว่ายอยู่ใต้น้ำ ในระยะทางถึง 35 เมตร กว่าที่จะโผล่ศรีษะขึ้นมา ซึ่งทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม สำหรับนักกีฬาว่ายน้ำคนอื่นๆ การแข่งว่ายน้ำ แบบกรรเชียงนั้น มีทั้งระยะทาง 100 เมตร และ 200 เมตร